Finder is committed to editorial independence. While we receive compensation when you click links to partners, they do not influence our content.

ลดหย่อนภาษี 2563 เพื่อยื่นภาษี 2564 มีอะไรลดหย่อนได้บ้าง

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2563 สำหรับยื่นภาษีปี 2564

วันเวลาเดินทางมาถึงครึ่งปี 2563 เราได้คุยเรื่องภาษีกันมาหลายบทความแล้วนะครับ และนี่คงจะเป็นอีกบทความที่พี่หมีโกแบร์อยากจะมาแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อน ๆ หลังจากที่พี่หมีเคยอธิบายเกี่ยวกับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2562 ไว้ในปีที่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าภาษีเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เพื่อน ๆ รู้กันรึเปล่าว่า รายจ่ายของเราบางส่วน สามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้

ค่าลดหย่อนคืออะไร

ค่าลดหย่อน คือ รายการต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ สามารถนำไปหักออกจากเงินได้ หลังจากที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราเสียภาษีน้อยลง ซึ่งมาจากการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือมีวิธีการคำนวณดังนี้

รายได้ (ต่อปี) – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = เงินภาษีที่ต้องจ่าย

ตัวอย่างการลดหย่อนภาษี

พี่หมีโกแบร์เป็นมนุษย์เงินเดือน มีเงินได้ประเภทที่ 1 หักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และรายได้ทั้งปี (รวมโบนัส) 500,000 บาท โดยทั่วไปทุกคนที่มีเงินได้ จะได้ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เป็นสิทธิพื้นฐาน ถ้าพี่หมีโกแบร์ลองคำนวณเงินได้สุทธิของตนเอง 500,000 – 100,000 – 60,000 = 340,000 บาท และนำไปคิดภาษีแบบขั้นบันได พี่หมีโกแบร์จะเสียภาษี 11,500 บาท

ทุกคนจะเห็นว่า พี่หมีโกแบร์ได้ลดหย่อนแค่ค่าลดหย่อนส่วนตัวเท่านั้น แต่ถ้าเรามีการวางแผนภาษี และมองหารายการลดหย่อนเพิ่มเติม จะทำให้เราเสียภาษีได้น้อยลง ซึ่งพี่หมีโกแบร์ได้แบ่งรายการลดหย่อนภาษีออกเป็น 5 กลุ่ม เราไปดูกันเลยครับว่า รายการลดหย่อนภาษีปี 2563 มีอะไรบ้าง

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2563 มีอะไรบ้าง

กลุ่มภาระส่วนตัวและครอบครัว

1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท สำหรับผู้ที่มีเงินได้ที่ยื่นแสดงรายการ

2. ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท สำหรับคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้ที่ยื่นแสดงรายการรวมกันในการคำนวณภาษี

3. ค่าลดหย่อนบุตร คนละ 30,000 บาท ซึ่งคนที่ 2 เป็นต้นไป จะเพิ่มอีก 30,000 บาท สำหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถหักได้ไม่จำกัดจำนวนคน แต่สำหรับบุตรบุญธรรม หรือในกรณีที่มีทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย สามารถหักได้ไม่เกิน 3 คน (นับเฉพาะที่มีชีวิตอยู่)

4. ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

5. ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ตนเองและพ่อแม่คู่สมรส คนละ 30,000 บาท

6. ค่าเลี้ยงดูผู้พิการหรือทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท

กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ

7. ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

8. ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต (ธุรกิจที่มีเครื่องรูดบัตร) เฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

กลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการลงทุน

9. เงินประกันสังคม ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 7,200 บาท

10. เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปหรือเงินฝากแบบมีประกันชีวิต ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

11. เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท

*ข้อ 10 และ 11 รวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

12. เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

13. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

14. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

15. กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ / กบข. / สงเคราะห์ครูเอกชน ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท สามารถสะสมเพิ่มได้โดยขอเปลี่ยน % ที่กำหนดไว้กับนายจ้าง

16. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท

17. กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

18. กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

*ข้อ 13 – 17 รวมแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กลุ่มสำหรับการบริจาค

19. เงินบริจาคแก่พรรคการเมือง ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

20. เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา พัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

21. เงินบริจาคทั่วไป ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

กลุ่มติดค้างจากปีก่อน

22. โครงการบ้านหลังแรกปี 59 สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท

ซึ่งยังมีหลายคนเข้าใจผิดว่า ลดหย่อนภาษีไปเท่าไหร่ จะเสียภาษีน้อยลงเท่านั้น แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะการที่เราจะเสียภาษีน้อยลงหรือได้ภาษีคืนเพิ่มขึ้น จะขึ้นอยู่กับเงินได้และอัตราภาษีของแต่ละคนด้วย การลดหย่อนเป็นเพียงตัวช่วยที่ทำให้ฐานภาษีของเราต่ำลง เพราะประเทศไทยมีการเสียภาษีแบบขั้นบันได

และสิ่งที่ทุกคนต้องรู้ก่อนจะยื่นภาษี คือ ต้องคำนวณภาษีของตนเองให้เป็น ต้องรู้ว่ารายได้เป็นเงินได้ประเภทไหนตามที่กฎหมายกำหนด เราสามารถหักค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง และสุดท้ายค่อยมองหาสิ่งที่จะมาลดหย่อนภาษี ซึ่งถ้าเราวางแผนภาษีเป็น อาจจะช่วยให้เราเสียภาษีได้น้อยลง และมีเงินที่เพิ่มมากขึ้นนะครับ ดังนั้น ถ้าใครที่กำลังมองหาประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี หรือข้อมูลการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษี ก็สามารถมาหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์พี่หมีโดยคลิกปุ่มเขียวด้านล่างเลยครับ

More guides on Finder

Ask an Expert

You are about to post a question on finder.com:

  • Do not enter personal information (eg. surname, phone number, bank details) as your question will be made public
  • finder.com is a financial comparison and information service, not a bank or product provider
  • We cannot provide you with personal advice or recommendations
  • Your answer might already be waiting – check previous questions below to see if yours has already been asked

Finder.com provides guides and information on a range of products and services. Because our content is not financial advice, we suggest talking with a professional before you make any decision.

By submitting your comment or question, you agree to our Privacy Policy and Terms.

Questions and responses on finder.com are not provided, paid for or otherwise endorsed by any bank or brand. These banks and brands are not responsible for ensuring that comments are answered or accurate.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Go to site