Finder is committed to editorial independence. While we receive compensation when you click links to partners, they do not influence our content.

การวางแผนการเงิน วางแผนเกษียณ ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ขั้นตอนวางแผนเกษียณฉบับมนุษย์เงินเดือน

  1. กำหนดเป้าหมาย
  2. คำนวณจำนวนเงินที่เราต้องใช้หลังเกษียณ (RF)
  3. ตรวจสอบเงินออมในปัจจุบันของเราที่เก็บไว้จากแหล่งเงินออมต่างๆ
  4. คำนวณจำนวนเงินที่ต้องเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้ (SH)
  5. 5) เริ่มต้นออมด้วยการ วางแผนเกษียณ

จากผลสำรวจของ GoBear Financial Health Index หรือดัชนีชี้วัดสุขภาพทางการเงินของคนไทยนั้น พบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ตั้งเป้าที่จะเกษียณเมื่ออายุ 50 ปีต้น ๆ ซึ่งขัดกับอายุเฉลี่ยที่คนไทยเริ่มหันมาให้ความสนใจวางแผนด้านการเงินอยู่ที่ 41.5 ปี นั่นหมายความว่า ถึงแม้คนไทยรุ่นใหม่คาดหวังจะเกษียณเร็วขึ้น แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เริ่มวางแผนทางการเงินสำหรับการเกษียณหลังหยุดทำงานเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การวางแผนเกษียณสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่หลังเรียนจบเลยนะครับ ดังนั้นวันนี้พี่หมีจึงมาบอกเทคนิควางแผนเกษียณฉบับมนุษย์เงินเดือน เพื่อที่เพื่อน ๆ จะได้นำไปใช้กัน แม้จบใหม่ก็ทำได้ครับไม่ยากอย่างที่คิด ไปดูกันเลย

1) กำหนดเป้าหมาย

คิดก่อนว่าเราต้องการอะไรในชีวิตบ้าง หลังจากที่เราเกษียณหรือไม่ทำงานแล้ว ซึ่งเป้าหมายของเราก็จะสอดคล้องกับจำนวนเงินที่ต้องใช้ในวัยเกษียณ (Retirement Fund Needed หรือเรียกสั้นๆ ว่า RF) นั่นเองครับ

เงินที่เราต้องใช้หลังเกษียณ (RF) ควรจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ครับ

  • กิจกรรมหรืองานอดิเรกที่เราชอบ
  • คุณภาพชีวิตที่เราต้องการ ทั้งสภาพการดำรงชีวิตประจำวัน (ความจำเป็นพิ้นฐาน) ที่อยู่อาศัย การสร้างความมั่นคงให้ลูกๆหรือทายาท เป็นต้น
  • ภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายทุกเดือน
  • ปัญหาสุขภาพ ตรงนี้สำคัญมากที่สุด เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนี่แหละครับ ที่มักกระทบกับเงินออมของเราโดยตรง บางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิต ป่วยครั้งเดียวหายวับไปเลยก็มี ดังนั้น การเริ่มดูแลสุขภาพด่วยการหมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตไว้ก่อน จึงเป็นการเตรียมพร้อมที่สำคัญมากครับ

2) คำนวณจำนวนเงินที่เราต้องใช้หลังเกษียณ (RF)

วิธีคำนวณจำนวนเงินที่เราต้องใช้หลังเกษียณ (RF) คำนวณได้โดย

  1. คำนวณจากรายได้ก่อนเกษียณ (Replacement Ratio Method)
  2. คำนวณจากค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ (Expense Method)

จำนวนเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณอายุ = (70%ของรายได้ หรือค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ x 12 เดือน) x จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตอยู่

3) ตรวจสอบเงินออมในปัจจุบันของเราที่เก็บไว้จากแหล่งเงินออมต่างๆ

สมมติเราคำนวณแล้วว่า เราอยากจะใช้เงินเดือนละ 30,000 บาทต่อเดือนหลังเกษียณ (เพราะค่าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปี) แล้วเราจะมีอายุไปอีกประมาณ 20 ปี หลังเกษียณตอน 60 ปี (เท่ากับว่าเราอายุ 80 ปี) ดังนั้นเราจะต้องมีเงินออมทั้งหมด ณ วันเกษียณ 7,200,000 ล้านบาท! เห็นตัวเลขแล้วอย่าเพิ่งท้อนะครับ ให้เราลองมาดูจำนวนเงินทั้งหมดที่เราเก็บออมได้ในปัจจุบันจากแหล่งเงินออมทั้งหมดที่เรามีอยู่กันก่อน เงินก้อนนี้เราเรียกว่า Source of Fund for Retirement หรือ SF ครับ

แหล่งเงินออมเพื่อการเกษียณมีอะไรบ้าง

  • กองทุนประกันสังคม กรณีชราภาพ (SSO)
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
  • กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ( LTF)
  • สลากออมสิน
  • ประกันชีวิต
  • เงินชดเชยตามกฎหมาย
  • สินทรัพย์อื่น ๆ

4) คำนวณจำนวนเงินที่ต้องเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้ (SH)

จำนวนเงินที่ต้องเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้ (Retirement Fund Shortage : SH) คำนวณง่าย ๆ ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เพื่อน ๆ เอาจำนวนเงินที่ต้องใช้ในวัยเกษียณ มาลบกับ จำนวนเงินออมในปัจจุบัน (SF) เพียงเท่านั้นก็จะรู้แล้วว่าเรายังขาดเงินอยู่อีกเท่าไหร่

5) เริ่มต้นออมด้วยการ วางแผนเกษียณ

นี่ก็เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้วนะครับ หลังจากที่เพื่อน ๆ ทราบจำนวนเงินที่เราจะต้องออมเพิ่มแล้ว ขั้นต่อไปก็คือ การวางแผนออมและการลงทุนในแหล่งเงินออมเพื่อการเกษียณ แล้วลงมือปฏิบัติตามแผนทางการเงินที่วางไว้นั่นเองครับ ซึ่งถ้าหากที่ทำงานของใครไม่ได้มี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และยังไม่อยากลงทุนใน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เนื่องจากต้องรอนานจนอายุ 55 ปีไปแล้ว การเริ่มต้นที่ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ก็เป็นทางเลือกที่ดีเลยครับ เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองด้านชีวิตแล้ว หากเราไม่ได้เสียชีวิตแต่อยู่จนถึงเมื่อครบสัญญา เราก็จะได้เงินคืนด้วย นอกจากนี้ยังมีเงินคืนระหว่างปี และสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

More guides on Finder

Ask an Expert

You are about to post a question on finder.com:

  • Do not enter personal information (eg. surname, phone number, bank details) as your question will be made public
  • finder.com is a financial comparison and information service, not a bank or product provider
  • We cannot provide you with personal advice or recommendations
  • Your answer might already be waiting – check previous questions below to see if yours has already been asked

Finder.com provides guides and information on a range of products and services. Because our content is not financial advice, we suggest talking with a professional before you make any decision.

By submitting your comment or question, you agree to our Privacy Policy and Terms.

Questions and responses on finder.com are not provided, paid for or otherwise endorsed by any bank or brand. These banks and brands are not responsible for ensuring that comments are answered or accurate.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Go to site