Finder is committed to editorial independence. While we receive compensation when you click links to partners, they do not influence our content.

วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 กับการรับมือของคนรวย-คนจน

วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 กับการรับมือที่แตกต่างของคนรวย-คนจน

เมื่อเกิดวิกฤตโรคระบาด สุขภาพและเศรษฐกิจ คือ สองสิ่งที่ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบเหมือนกัน แถมยังตามมาเป็นลูกโซ่ เพราะโรคระบาดทำให้ผู้คนล้มป่วยจำนวนมาก และโรคอย่างโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ อุตสาหกรรมหรือกิจการที่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เช่น ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร จึงทรุดลงอย่างหนัก ลามไปสู่การลดเงินเดือน การเลิกจ้างกระทันหัน หรือแม้แต่การปิดกิจการ พอคนไม่มีเงิน ก็ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ซบเซาลงไปอีก

สั้นๆ คือ ไม่ว่าจะคนจนหรือคนรวยก็โดนโควิด-19 อัดเข้าให้สักทาง

แต่คนเหล่านี้รับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจอย่างไร พี่หมีจะเล่าผ่านข้อมูลที่น่าสนใจจากดัชนีชี้วัดสุขภาพทางการเงินของโกแบร์กันครับ

โควิด-19 : สาเหตุหลักวิกฤตเศรษฐกิจของคนรายได้น้อย

จากการสำรวจ 43% ของผู้ที่มีรายได้น้อย คือ 25,000 บาท / เดือน ขึ้นไป มองว่าโควิด-19 เป็นภัยร้ายแรงต่อการเงินมากจนถึงมากที่สุด ในขณะที่ 36% ของผู้ที่มีรายได้สูง คือ 150,000 บาท / เดือน ขึ้นไป ไม่ได้มองว่าโรคระบาดเป็นภัยต่อการเงินขนาดนั้น

คนจน: ปากท้องก่อน สุขภาพเดี๋ยวว่ากัน

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงสิ่งที่จำเป็นที่สุดในช่วงวิกฤตโรคระบาด 75% ของผู้ที่มีรายได้น้อยเลือก อาหาร ส่วน 83% ของผู้มีรายได้สูงเลือก การดูแลสุขภาพ เป็นอย่างแรก

แบบนี้แปลว่าคนจนไม่ใส่สุขภาพหรือเปล่า?

จริงๆ แล้วก็เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนะครับ เพราะจากผลสำรวจเรื่องคนจนเมืองในภาวะวิกฤตโควิด-19 [1] โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้เปิดเผยว่า 89.90% ของคนจนในเมืองมีหน้ากากอนามัยใส่ และ 44.27% มีการพกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวเสมอ

แต่ในขณะเดียวกัน คนกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบหนักจากโรคระบาด จากผลสำรวจ 60.24% ของคนจนในเมืองรายได้ลดลงเกือบทั้งหมด ทำให้ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ต้องนำเงินเก็บมาใช้ หรือแย่ที่สุดคือแทบไม่มีเงินซื้ออาหารในชีวิตประจำวันเลย ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับผลสำรวจของโกแบร์ที่ผู้มีรายได้น้อยมองว่า โควิด-19 เป็นภัยร้ายแรงต่อการเงิน และสิ่งที่จำเป็นที่สุดของพวกเขาคือ อาหาร เพราะลำพังปัจจัย 4 ยังขาดแคลน เรื่องสุขภาพจึงกลายเป็นเรื่องรองลงมาจากปากท้องนั่นเองครับ

คนรวย: ทำไมการดูแลสุขภาพถึงสำคัญที่สุด

คนมีรายได้สูงอาจไม่ต้องกังวลกับเรื่องปากท้องมาก แต่จะเน้นไปที่การดูแลสุขภาพ เพราะเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการซื้อประกันสุขภาพหรือประกันโควิดแยก จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลถ้าเกิดป่วยขึ้นมา นอกจากประกันที่ทำไว้ ก็ยังดูแลสุขภาพโดยทานอาหารที่มีประโยชน์และยังออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ

แนวทางจัดการเงินช่วงวิกฤตโควิด-19

แม้คนรวยกับคนจนจะมีวิธีการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจจากโรคระบาดที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องทำเหมือนกัน คือ การวางแผนการเงิน พี่หมีมีแนวทางแนะนำเบื้องต้นให้ดังนี้ครับ

สำหรับผู้ที่สภาพคล่องฝืดถึงติดลบ

  • ทำงบประมาณรายรับ-รายจ่ายล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน

    เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายไหนจำเป็นจริงๆ หรือตัวไหนเอาออกได้ และจะมีรายจ่ายเพิ่มเติมเข้ามาอีกไหมในอนาคต

  • ลดรายจ่าย

    รายจ่ายหลักๆ จะมีอยู่สองแบบ คือ รายจ่ายคงที่ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตร ตัวนี้ค่อนข้างลดยาก แต่ถ้าลดได้ก็จะเสถียรไปเลยทุกเดือน พี่หมีแนะนำว่าถ้าอยากลองลดภาระหนี้ แนะนำให้รีไฟแนนซ์หรือเจรจากับธนาคารดูครับ ส่วนอีกตัวหนึ่งคือรายจ่ายผันแปร เช่น ค่าอาหาร ค่าสมัครสมาชิกต่างๆ พวกเป็นอาจไม่ได้มีจำนวนมากเท่ากับรายจ่ายคงที่ แต่ก็ควรลดเช่นกัน จะได้นำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์อื่นๆ เช่น จ่ายหนี้หรือเก็บไว้เป็นเงินสำรอง

  • ถ้าโดนเลิกจ้าง อย่าลืมไปลงทะเบียนคนว่างงาน

    รายงานตัวว่างงานออนไลน์เพื่อรับเงินชดเชยที่เว็บไซต์กรมจัดหางาน กรณีที่เพื่อนๆ อยู่ในระบบประกันสังคม ใช้สิทธิของเราให้เต็มที่ครับ

  • หารายได้เสริม

    ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการขายของอย่างเดียวนะครับ ลองนึกถึงทักษะที่ตัวเองมีแล้วหาทางสร้างรายได้จากตรงนั้นเอาก็ได้ เช่น สอนหนังสือ แปลภาษา ทำกราฟฟิก งานซ่อมต่างๆ จากนั้นก็กระจายข่าวโดยการบอกเพื่อนๆ รอบตัวว่าเรารับงาน หรือถ้ามีผลงานก็เอาไปโพสต์ตามกลุ่มรับหางานก็ได้ครับ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตัวเองอย่างหนึ่ง

  • รักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

    หาเวลาวันละ 20-30 นาที ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคภัย ก็เป็นวิธีบริหารความเสี่ยงที่ดีและไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

สำหรับผู้ที่มีเงินเหลือ

  • อย่าก่อหนี้เพิ่ม

    ไม่มีอะไรแน่นอนในยุคเศรษฐกิจถดถอย ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าสร้างหนี้ครับ เพราะถ้าวันนึงเราโดนลดเงินเดือนหรือต้องขาดรายได้กระทันหัน หนี้พวกนี้จะกลายเป็นภาระทันที

  • เก็บเงินทุกเดือน

    หักออมอย่างน้อย 10% ของเงินเดือนเข้าบัญชีเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ควรมีอย่างน้อย 3 เท่าของเงินเดือน หรือถ้าได้ 8 เดือนก็จะสุดยอดครับ

  • เริ่มลงทุน / อย่าหยุดลงทุน

    สำหรับใครที่ยังไม่เคยลงทุน ก็ควรเริ่มได้แล้วครับ นอกจากจะนำไปลดหย่อนภาษีได้ ก็ยังมีผลตอบแทนด้วย ส่วนใครที่ยังลงทุนอยู่แต่หวั่นใจในตลาดหุ้น พี่หมีแนะนำให้ลงทุนต่อไปครับ เช่นเดียวกับชีวิต ตลาดหุ้นก็มีภาวะขาขึ้นและขาลงของมัน เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ผลตอบแทนก็จะงอกเงยขึ้นมาครับ

  • ซื้อประกันสุขภาพ

    มีกิน มีใช้ มีเก็บ ก็อย่าลืมปิดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพด้วยนะครับ ยิ่งช่วงนี้ใครๆ ก็มีโอกาสป่วยได้ ดังนั้น ทำประกันเพื่อให้ตัวเราเองพร้อมเบิกค่ารักษาพยาบาลไว้ก่อน สบายใจกว่า ถ้าเพื่อนๆ สนใจ ลองกดเปรียบเทียบประกันสุขภาพกับโกแบร์ได้ที่ปุ่มด้านล่างเลยครับ

[1]ขอขอบคุณข้อมูลจาก thestandard.co

More guides on Finder

Ask an Expert

You are about to post a question on finder.com:

  • Do not enter personal information (eg. surname, phone number, bank details) as your question will be made public
  • finder.com is a financial comparison and information service, not a bank or product provider
  • We cannot provide you with personal advice or recommendations
  • Your answer might already be waiting – check previous questions below to see if yours has already been asked

Finder.com provides guides and information on a range of products and services. Because our content is not financial advice, we suggest talking with a professional before you make any decision.

By submitting your comment or question, you agree to our Privacy Policy and Terms.

Questions and responses on finder.com are not provided, paid for or otherwise endorsed by any bank or brand. These banks and brands are not responsible for ensuring that comments are answered or accurate.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Go to site