Finder is committed to editorial independence. While we receive compensation when you click links to partners, they do not influence our content.

ขนาดกระเป๋าเดินทาง ขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่องที่ดีที่สุด

ขนาดกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่อง

เพื่อนๆ ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ คงคุ้นชินกับเรื่องการกำหนดขนาดกระเป๋าเดินทางและขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่องที่เราสามารถถือขึ้นเครื่องได้ หรือที่เรียกว่ากระเป๋า Carry on และกระเป๋าเดินทางที่ต้องโหลดใต้เครื่อง ซึ่งกฎระเบียบการพกกระเป๋าเดินทาง โดยเฉพาะสายการบินโลว์คอสต์นั้นค่อนข้างเข้มงวดทีเดียวไม่ว่าจะเรื่องขนาด หรือน้ำหนักของกระเป๋าเดินทาง อีกทั้งแต่ละแห่งก็มีกฎที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วยแล้วกระเป๋าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานอย่างไรบ้าง วันนี้พี่หมีจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกันครับ

กระเป๋าขึ้นเครื่องแต่ละประเภท

กระเป๋าขึ้นเครื่องแบบเป้

ข้อดี เหมาะสำหรับการเดินทางค้างไม่เกิน 1 คืน ขนาดเล็กขึ้นเครื่องได้แน่นอน พกพาสะดวก ยิ่งถ้าทำจากวัสดุกันน้ำได้ยิ่งดีครับ ใช้สำหรับใส่ของสำคัญ เช่น พาสปอร์ต โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์

ข้อเสีย แน่นอนว่ามีขนาดเล็ก หากมีการเดินทางหลายวันควรใช้คู่กันกับกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ สามารถใส่เสื้อผ้าได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสายการบินก็มักจะให้ถือขึ้นเครื่องได้ 2 ใบ โดยถือว่ากระเป๋าเป้ลักษณะนี้คือกระเป๋าพกพา และใบใหญ่อีกใบคือกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องครับ

กระเป๋าขึ้นเครื่องแบบสะพายข้าง (กระเป๋าฟิตเนส)

ข้อดี เหมาะสำหรับทริปในประเทศ หรือการเดินทางระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 1-2 วัน สามารถสะพายไปฟิตเนสได้ พกพาสะดวก สามารถเลือกได้ว่าจะหิ้วหรือสะพายไหล่

ข้อเสีย ไม่มีล้อลากต้องหิ้วเอง นอกจากนี้เวลาคนเยอะหรือต้องใช้ระบบขนส่งสาธารณะในช่วงเวลาที่ค่อนข้างแออัด กระเป๋าจะค่อนข้างเกะกะและกินพื้นที่ไม่น้อย

กระเป๋า Backpack ถือขึ้นเครื่อง

ข้อดี เหมาะแก่การแบกขึ้นเขา หรือไปเที่ยวแบบสมบุกสมบัน จุของได้เยอะ สะดวก พกพาง่าย

ข้อเสีย มักมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีสีให้เลือกไม่มากนัก หากเป็นกระเป๋ายี่ห้อดีๆ ใช้วัสดุดีมักมีราคาแพง

ควรเลือกแบบกันน้ำได้ หรือที่มีผ้าคลุมกระเป๋ากันน้ำมาให้ มีส่วนระบายความร้อนตรงที่แนบกับแผ่นหลังของเรา และมีโครงช่วยรับน้ำหนัก ด้านในควรมีช่องสำหรับใส่ของได้หลายช่อง เพื่อเก็บของได้อย่างเป็นระเบียบครับ

กระเป๋าเป้เดินป่ามีอยู่หลายแบบ เหมาะสำหรับแต่ละโอกาสแตกต่างกันไป เช่น หากจะไปเที่ยว 2 – 5 วัน ก็ควรใช้กระเป๋าขนาด 25 – 32 ลิตร (ซึ่งขนาด 32 ลิตร ถือว่าใหญ่ที่สุดที่สามารถขึ้นเครื่องได้) หรือหากไปมากกว่า 1 สัปดาห์ก็ควรใช้กระเป๋าขนาด 40 – 70 ลิตร เพราะต้องแบกของใช้จำเป็น เช่น สบู่ แชมพู ถุงนอน และอุปกรณ์เดินป่าไปด้วย แต่กรณีน่าจะต้องโหลดได้เครื่องไปครับ

ขนาดกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องได้

ข้อดี เราไม่ต้องแบกรับน้ำหนักให้เมื่อย สามารถบรรจุของได้มาก และสะดวกสบายเวลาต้องเดินทางในสถานที่ค่อนข้างเป็นตัวเมือง พื้นที่ไม่ขรุขระ ส่วนมากคันชักจะปรับระดับได้

ข้อเสีย หากต้องเดินทางในบางพื้นที่ เช่น ถนนที่มีความลาดชันมาก หรือพื้นขรุขระ การใช้ประเป๋าล้อลากขะไม่สะดวกด้วยประการทั่งปวงครับ เพราะหากเราไม่ลากไป จะใช้วิธีถือ แบก หรืออุ้มก็ค่อนข้างลำบาก

ชนิดของกระเป๋าเดินทางล้อลากตามวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋า

  • แบบซอฟต์เคส มีความยืดหยุ่นมาก เป็นรอยกระแทกได้อยากกว่า น้ำหนักเบา อายุใช้งานนาน เพราะไม่แตกง่าย แต่เนื่องจากเป็นผ้า เมื่อมีฝนหรือหิมะตกสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋าก็อาจจะเปียกได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมมากว่า เพราะสามารถกรีดได้ครับ สำหรับกระเป๋าแบบผ้าสิ่งที่เพื่อนๆควรสนใจคือตัวเลข Denier ซึ่งเป็นหน่วยวัดความแข็งแรงของผ้า
  • แบบฮาร์ดเคส มักจะผลิตจากพลาสติก เป็นโพลีคาร์บอเนต (PC) หรือ อะคริโลไนไตรล์-บิวทาไดอีน-สไตรีน (ABS) ปกป้องของภายในได้ดีกว่า กันน้ำได้ แต่อาจเกิดรอยขีดข่วนหรือรอยเปื้อนได้ง่ายกว่าแบบซอฟต์เคส เพราะความยืดหยุ่นน้อยกว่า แต่ก็สามารถทำความสะอาดได้ไม่ยาก ส่วนขนาดก็มีตั้งแต่ 16 นิ้วจนถึง 28 นิ้วให้เลือกสรรตามความชอบและความสะดวกของแต่ละบุคคล

ชนิดของกระเป๋าเดินทางล้อลากตามจำนวนล้อ

  • กระเป๋าเดินทางแบบ 2 ล้อ: เหมาะกับการลากแบบเฉียง โอกาสที่กระเป๋าจะไถลน้อย แต่ถ้าบางคนไม่ชินก็จะลากลำบากหน่อย เพราะกระเป๋าจะถูกลากอยู่ข้างหลังเราเท่านั้น ทำให้ต้องใช้กำลังแขนมากกว่าในการบังคับทิศทางครับ
  • กระเป๋าเดินทางแบบ 4 ล้อ: ลากได้ง่ายและถนัดกว่าแบบ 2 ล้อ เพราะหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา จะเข็นจากมุมไหนของกระเป๋า แม้กระทั่งด้านหลังก็ได้ แต่ข้อเสียคือมันไถลได้ง่าย ถ้าลงทางชันมากๆ ต้องคอยถือดีๆครับ
  • กระเป๋าเดินทางแบบ 8 ล้อ: บางครั้งกระเป๋าแบบนี้ก็ถูกเรียกว่า Double wheels คือทั้ง 4 มุม มีมุมละ 2 ล้อ คล้ายๆกับรถบรรทุก โดยมากกระเป๋าใบเล็กที่ถือขึ้นเครื่อง ใช้แค่ 4 ล้อก็พอ แต่แบบนี้จะเหมาะสำหรับกระเป๋าล้อลากใบใหญ่ เพื่อช่วยให้การลากกระเป๋าสะดวกมากขึ้นครับ

kpi ประกันเดินทาง

การเลือกขนาดกระเป๋าขึ้นเครื่องสำหรับทริปแต่ละแบบ

ทริปเที่ยวชิลๆ ในประเทศ หรือเที่ยวระยะสั้น

หากไปเที่ยวทะเล เหมาะกับกระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพายผ้าแคนวาส หรือกระเป๋าหนังที่กันน้ำได้ น้ำหนักเบา พกพาง่าย ไม่ต้องกลัวจะโดนทรายหรือน้ำหรือกระเป๋าเดินทางล้อลากแบบซอฟต์เคสหรือแบบผ้า ใช้ได้ทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อตามความสะดวก โดยขนาดที่เหมาะสมคือ 16-18 นิ้ว เพื่อจะได้สะดวกในงานลากไปไหนมาไหน และถือขึ้นเครื่องได้สบายครับ

ทริปไปทำงาน

ใครที่เป็นสายไอที หรือทำงานที่ต้องพกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค พร้อมอุปกรณ์เสริม ทั้งแบตเตอรี สายชาร์จ เอกสาร ตลอดจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ พี่หมีขอแนะนำให้ใช้กระเป๋าเป้ทรง Hard shell ที่มีเนื้อผ้าแบบกันน้ำได้ รวมทั้งที่มีช่องให้ใส่โน้ตบุ๊ค และอุปกรณ์สายชาร์จต่างๆ แต่ถ้าหากว่าของที่เราแบกมีน้ำหนักมากเกินไป เพื่อสุขภาพหลังของเราเองก็อาจเปลี่ยนเป็นกระเป๋าแบบล้อลากจะดีกว่าครับ ทั้งนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือสัมภาระที่เรานำติดตัวไปทริปทำงานนั้นมักเป็ข้อมูลที่มีความสำคัญ ทางที่ดี ถ้าเอาเป้ไปควรใส่กุญแจล็อคไว้ก็จะดีครับ หรือหากเป็นกระเป๋าล้อลากควรมีตัวล็อคแบบ TSA ซึ่งย่อมาจาก Transportation Security Agency ซึ่งจะปลอดภัยกว่า และในกรณีที่ต้องโหลดใต้เครื่อง (แต่ถ้ามีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไม่ควรโหลดใต้เครื่องนะครับ เพราะจะพังเอาได้ง่ายๆ)

ทริปขึ้นเขา

สายบุกป่าฝ่าดงสมบุกสมบัน เหมาะกับกระเป๋าเป้ที่ค่อนข้างมีขนาดใหญ่ และเนื้อผ้ากันน้ำได้ เพราะเราอาจจะไปเจอสภาพอากาศร้อนชื้นหรือป่าฝน ทั้งภายในและด้านข้างของกระะเป๋าควรมีช่องเก็บของมากมายเพื่อจะได้จัดของแยกเป็นหมวดหมู่ได้อย่างเป็นระเบียบ หรือช่องซิปสำหรับรูดขยายขนาดกระเป๋าได้ เช่น กระเป๋าเดินป่าของ The North Face,Jack Wolfskin หรือOspreyหากไปเที่ยวประมาณ 2 – 5 วัน ควรใช้กระเป๋าขนาด 25 – 32 ลิตร หากไปเกิน 7 วัน หรือกรณีที่ต้องแบกเป้หรือถุงนอนไปด้วย ควรเลือกที่มีความจุ 40 ลิตรขึ้นไปแน่นอนว่าทริปที่ต้องลุยแบบนี้ การใช้กระเป๋าแบบมีล้อลากคงไม่เหมาะสมแน่ๆครับ

ทริปเที่ยวต่างประเทศ 3 วันขึ้นไป

ทริปแบบนี้เหมาะสำหรับกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก 4 ล้อขึ้นไป และควรเป็นแบบฮาร์ดเคส เพราะใส่ของได้เยอะจุใจ ทั้งเสื้อผ้า ของใช้จำเป็นต่างๆที่เราเตรียมไป และไปช้อปปิ้งเอาที่ปลายทางก็มีเยอะ ทางที่ดีเพื่อนๆควรศึกษาว่าสายการบินที่เราจะไปนั้นให้ถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้กี่กิโลกรัม และขนาดกระเป๋าควรไม่เกินเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความล่าช้าครับ

ขนาดกระเป๋าเดินทางและน้ำหนักที่เหมาะสม

ขนาดกระเป๋าเดินทางมาตรฐานแบบมีล้อลากที่เราพบเห็นกันบ่อยๆ มีดังนี้

  • ขนาดกระเป๋าเดินทาง 16 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางที่สั้นมาก ประมาณ 1-2 วัน
  • ขนาดกระเป๋าเดินทาง 18 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางทริปสั้นๆ ประมาณ 2-3 วัน
  • ขนาดกระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะเวลา 3-4 วัน
  • ขนาดกระเป๋าเดินทาง 22 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะเวลา 3-4 วัน
  • ขนาดกระเป๋าเดินทาง 24 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะเวลา 4-6 วัน
  • ขนาดกระเป๋าเดินทาง 28 นิ้ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะเวลา 6-10 วัน

ซึ่งฤดูกาลของประเทศที่จะไปก็เป็นอีกเรื่องที่เพื่อนๆควรให้ความสนใจนะครับ แม้ว่าขนาดกระเป๋าเดินทาง 28 นิ้วจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ใส่เสื้อผ้าได้ถึง 10 วันก็ตาม แต่หากเป็นฤดูหนาว ต้องแบกเสื้อโค้ทหนักๆไป ก็อาจจะเหลือเพียงเต็มที่ได้ 7-8 วัน หากเป็นหน้าร้อนก็อาจใส่เสื้อผ้าไปเที่ยวยาวๆได้ถึง 15 วันครับ

ขนาดกระเป๋าเดินทาง วัดยังไง

วิธีวัดขนาดของกระเป๋าเดินทาง ว่ามีขนาดเท่าไหร่นั้นจะวัดจากความสูงของกระเป๋าขึ้นไปตรงๆ เลยครับ ตั้งแต่ขอบล่างจนถึงขอบบนกระเป๋า ไม่รวมมือจับ คันชัก และไม่รวมความสูงของล้อ ซึ่งล้อส่วนใหญ่ก็จะสูงประมาณ 2 นิ้ว

สำหรับน้ำหนักกระเป๋ารวมสัมภาระที่ให้ถือขึ้นเครื่องได้จะอยู่ที่ 7-10 กิโลกรัม ตามนโยบายของแต่ละสายการบินซึ่งเพื่อนๆสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสายการบินแต่ละแห่ง เกี่ยวกับการกำหนดขนาดและน้ำหนักสำหรับกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ดังต่อไปนี้

สายการบินขนาดกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องน้ำหนักกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่อง
การบินไทยกระเป๋าพกพาขนาด 37.5 เซนติเมตร (15 นิ้ว) x 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) x 12.5 เซนติเมตร (5 นิ้ว) รวมกันจะต้องไม่เกิน 75 เซนติเมตร (30 นิ้ว) +กระเป๋าเดินทางความยาวไม่เกิน 56 เซนติเมตร (22 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) รวมล้อ มือจับ และกระเป๋าด้านข้างแล้วไม่เกิน 7 กิโลกรัม
ไทยสไมล์ความยาวไม่เกิน 56 เซนติเมตร (22 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว)รวมล้อ มือจับและกระเป๋าด้านข้างแล้วไม่เกิน 7 กิโลกรัม
แอร์เอเชียกระเป๋าถือ 1 ใบ ขนาดไม่เกิน 40 ซม. (สูง) x 30 ซม. (กว้าง) x 10 ซม. (หนา)และกระเป๋าสัมภาระขนาดไม่เกิน 56 ซม. (สูง) x 36 ซม. (กว้าง) x 23 ซม. (หนา)ไม่เกิน 7 กิโลกรัม
เจ็ทสตาร์กระเป๋าถือ 1 ใบ และกระเป๋าสัมภาระ ขนาดไม่เกิน 56 ซม. (สูง) x 36 ซม. (กว้าง) x 23 ซม. (ลึก)น้ำหนักทั้ง 2 ใบรวมกันไม่เกิน 7 กก.
นกแอร์ขนาดไม่เกิน 56 ซม. (สูง) x 36 ซม. (กว้าง) x 23 ซม. (หนา)ไม่เกิน 7 กิโลกรัม
นกสกู๊ตจำกัดการนำสัมภาระขึ้นเครื่อง 1 ชิ้น ขนาดไม่เกิน 54 ซม.x 38 ซม.x 23 ซม. (วัดเส้นรอบรวมแล้วต้องไม่เกิน 115 ซม.)น้ำหนักสูงสุด 7 กก. (+3 กก. ในกรณีที่มีโน๊ตบุ๊คติดตัว)
เจแปนแอร์ไลน์กระเป๋าถือ 1 ใบ และกระเป๋าสัมภาระขนาดกว้าง : ไม่เกิน 55 ซม. × สูง: ไม่เกิน 40 ซม. × ลึก: ไม่เกิน 25 ซม. รวมกันไม่เกิน 115 ซม. (45 นิ้ว)น้ำหนักทั้ง 2 ใบรวมกันไม่เกิน 10 กก. (22 ปอนด์)
เอมิเรตส์นำสัมภาระติดตัวได้ 1 ชิ้นและไม่ควรเกิน 22 x 15 x 8 นิ้ว (55 x 38 x 20 ซม.)น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. (15 ปอนด์)
อีวีเอแอร์กระเป๋าถือ 1 ใบ และกระเป๋าสัมภาระ ขนาดไม่เกิน 56 ซม. × 36 ซม. × 23 ซม. รวมกันไม่เกิน 115 ซม. (45 นิ้ว)น้ำหนักแต่ละใบ ไม่เกิน 7 กก. (15 ปอนด์)
กาตาร์แอร์เวย์ขนาดไม่เกิน50 ซม. (สูง) x 37 ซม. (กว้าง) x 25. ซม. (หนา)น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. (15 ปอนด์)
เอทิฮัดกระเป๋าถือ 1 ใบ ขนาดไม่เกิน 40 ซม. x 30 ซม. x 25 ซม. และกระเป๋าสัมภาระ ขนาดไม่เกิน50 ซม. x 40 ซม. x 25 ซม.กระเป๋าถือน้ำหนักไม่เกิน 5 กก. และกระเป๋าสัมภาระน้ำหนักไม่เกิน 7 กก.
บางกอกแอร์เวย์ถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้คนละ 1 ชิ้น เครื่อง ATR72 ขนาดไม่เกิน 50 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม.เครื่องAirbus 319 และ 320 ขนาดไม่เกิน 56 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม.ไม่เกิน 5 กิโลกรัม
บริติชแอร์เวย์ขนาดไม่เกิน56 ซม. (สูง) x 45 ซม. (กว้าง) x 25 ซม. (หนา)ไม่เกิน 10 กิโลกรัม
แอร์ฟรานซ์ขนาดไม่เกิน55 ซม. (สูง) x 35 ซม. (กว้าง) x 25 ซม. (หนา)ไม่เกิน 10 กิโลกรัม
โคเรียนแอร์ขนาดไม่เกิน 55 ซม. (สูง) x 40 ซม. (กว้าง) x 20ซม. (หนา)หรือรวมทั้งหมดไม่เกิน 115 ซม. ต่อชิ้น รวมล้อ มือจับและกระเป๋าด้านข้างแล้วไม่เกิน 12 กิโลกรัม

**ตารางข้อมูลอ้างอิงจากสัมภาระขึ้นเครื่องชั้นประหยัด อัพเดทเมื่อ 28 พ.ย. 61

ดังนั้นจะเห็นว่าขนาดกระเป๋าล้อลากที่เหมาะสมในการถือขึ้นเครื่อง อยู่ที่ 16-22 นิ้ว นั่นเองครับ เพราะสามารถเก็บในช่องเก็บสัมภาระเหนือที่นั่งของเราได้ ส่วนกระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้วก็จะต้องโหลดใต้ท้องเครื่องแต่สะดวกตรงที่สามารถฝากกับตู้ล็อกเกอร์ฝากสัมภาระได้ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นขนาดที่สะดวกในการขึ้นรถลงเรือ และใส่ของได้แบบพอดีๆ ครับ

ดังนั้นเวลาซื้อกระเป๋าเดินทางเพื่อนๆ อย่าลืมพกสายวัดไปด้วยนะครับ และที่สำคัญอย่าลืมเช็คให้ดีว่าเราจะไปกับสายการบินอะไ เพราะเวลาที่เราเดินทางจริงบางสายการบินอาจวัดขนาดกระเป๋าเราด้วยการเอาไปวางไว้ในกรอบเหล็กอีกที พอเอากระเป๋าเราใส่เข้าไปปรากฏว่าล้อเกินมา ถือขึ้นเครื่องไม่ได้ ต้องโหลดกระเป๋าแทนครับ

เพียง 3 ข้อง่ายๆ แค่นี้ก็สามารถช่วยให้เพื่อนๆ เลือกกระเป๋าเดินทาง Carry On ที่ถูกใจและเหมาะกับการใช้งานได้แล้วครับ และสำหรับเพื่อนๆที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ พี่หมีแนะนำว่าอย่าลืมทำประกันเดินทางไว้ด้วยนะครับ เวลาสายการบินทำกระเป๋าเดินทางหาย หรือกระเป๋าเดินทางส่งมาล่าช้าจะได้เคลมได้ครับ คลิกได้เลยที่แบนเนอร์ด้านล่างครับ

เปรียบเทียบประกันเดินทาง

More guides on Finder

Ask an Expert

You are about to post a question on finder.com:

  • Do not enter personal information (eg. surname, phone number, bank details) as your question will be made public
  • finder.com is a financial comparison and information service, not a bank or product provider
  • We cannot provide you with personal advice or recommendations
  • Your answer might already be waiting – check previous questions below to see if yours has already been asked

Finder.com provides guides and information on a range of products and services. Because our content is not financial advice, we suggest talking with a professional before you make any decision.

By submitting your comment or question, you agree to our Privacy Policy and Terms.

Questions and responses on finder.com are not provided, paid for or otherwise endorsed by any bank or brand. These banks and brands are not responsible for ensuring that comments are answered or accurate.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Go to site