มิลเลนเนียลกับการใช้เงินให้ความสุขทันใจหลังโควิด-19 - finder Thailand
GoBear is now part of Finder

Finder is committed to editorial independence. While we receive compensation when you click links to partners, they do not influence our content.

มิลเลนเนียลกับการใช้เงินให้ความสุขทันใจหลังโควิด-19

มิลเลนเนียล : ความสุขทันใจกับพฤติกรรมหลังโควิด-19

“ชีวิตมีแค่ครั้งเดียว” คือคำพูดติดปากที่หลายๆคนมักได้ยินจากคนรุ่นใหม่ในกลุ่ม มิลเลนเนียล อยู่บ่อยครั้ง และคำพูดนี้คงจะจริงอยู่ไม่น้อย จากการมองวิธีการที่คนยุคใหม่มักแสวงหาความสุขให้ตัวเองในทุกวันนี้ อยากทำอะไรต้องทำเลย อยากเที่ยวไหนก็ไปเลย หรือเจอของที่มัน “ต้องมี” ก็ซื้อเลย

การเก็บประสบการณ์ชีวิตหรือการมีความสุขและอยู่กับปัจจุบันจริง ๆ มันก็ดีนะครับ แต่การเสาะหาสิ่งเหล่านี้ให้ได้มาทันที มักจะมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ

ทั้งราคาตั๋วโปร, ราคาของเซลล์ไล่มาตั้งแต่ 11.11, 12.12, Mid-Year Sale, ราคากาแฟที่สั่งไปถ่ายรูปในร้าน ยังไม่รวมราคากล้องถ่ายรูปตัวท็อป และราคาสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนใหม่เกือบทุกปี

พอมีราคาข้าวของและค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ในวันนี้ แล้วยิ่งในยุคโควิด-19 แบบนี้ “คนรุ่นใหม่” มองไปถึงอนาคตไกลแค่ไหนในทางการเงิน?

มิลเลนเนียลกับการใช้เงินให้ความสุขทันใจหลังโควิด-19

มิลเลนเนียล : เก็บเงินเพื่อล่าฝันมากกว่าความมั่นคง

โกแบร์ร่วมมือกับองค์กรวิจัย Kadence Internationalจัดทำดัชนีชี้วัดสุขภาพทางการเงินเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับสุขภาพการเงินของคนไทย โดยทำการศึกษาจากคนไทย 5 ช่วงอายุ จำนวน 1,000 คน โดยเมื่อถามคำถามสำคัญเกี่ยวกับการออมว่าเป้าหมายหลักที่สำคัญที่สุดมีอะไรบ้าง ก็พบว่า คนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z ถึงมิลเลนเนียลตอนปลาย (Millenial Generation) คืออายุตั้งแต่ 18 – 25 ปี ตอบว่าเก็บเงินไว้เพื่อท่องเที่ยวและพักผ่อนมากถึง 51%, ตามมาด้วยการเก็บเงินเพื่อเตรียมเป็นทุนทำธุรกิจ 46%, และเก็บเงินซื้อรถ 40%

ส่วนคนรุ่นใหม่กลุ่มมิลเลนเนียลตอนกลางและตอนต้นจะเริ่มดีขึ้นมาหน่อย โดยอายุตั้งแต่ 26 – 35 ปี มีเป้าหมายการเก็บเงินเพื่อยามฉุกเฉิน 58%, เตรียมเป็นทุนทำธุรกิจ 42%, และเก็บเงินซื้อรถ 34%

ในขณะที่กลุ่ม Gen X มีการตั้งเป้าหมายจากการออมเพื่อความมั่นคงในชีวิตมากกว่า โดย 62% ของคนในอายุ 46 – 55 ปี ล้วนเก็บเงินเพื่อเตรียมเกษียณกันทั้งนั้นเลยครับ

จากผลสำรวจนี้ ทำให้เราเห็นความแตกต่างได้ทันทีถึงเป้าหมายการออมเงินระหว่างมิลเลนเนียลกับ Gen X ที่คนรุ่นใหม่แม้จะมีรายได้เข้ามา แต่ก็จะเอาไปลงกับการท่องเที่ยวหรือความฝันการทำธุรกิจส่วนตัว จะดีหน่อยก็มีหลายคนเก็บเงินเผื่อยามฉุกเฉิน มากกว่าจะเริ่มตั้งเป้าหมายการออมระยะยาวที่มองไกลไปถึงชีวิตหลังเกษียณอย่างคนรุ่น Gen X

แต่ที่ขัดแย้งกันไปอีกก็คือ เมื่อถามว่าอยากเกษียณตอนไหน คนรุ่นใหม่อยากเกษียณอายุเร็วขึ้น โดยในกลุ่มมิลเลนเนียล อยากเกษียณตอนอายุ 53.4 – 56.2 ปี แต่ว่าก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันนี้แหละครับที่ยังไม่เริ่มวางแผนเกษียณกันเสียที

มิลเลนเนียลกับการใช้เงินให้ความสุขทันใจหลังโควิด-19

การใช้เงินแบบ ไม่รอ ของคนยุคมิลเลนเนียล

นิตยสาร Way Magazine ได้เข้าไปสำรวจอีกแง่มุมของพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของวัยรุ่นเพื่อซื้อความสุขของคนรุ่นใหม่ ที่ถูกมองว่าเป็น “คนฟุ่มเฟือย” และตั้งคำถามว่าจริงหรือที่คนยุคนี้ “คิดไม่เป็น” ผ่านบทความ “ช่างแ_่ง จ่ายๆ ไปเถอะ: สำรวจความสุขหลุดพ้นของมนุษย์ Gen Y”

โดยบทความได้ตั้งข้อสังเกตว่า แนวคิดการได้ความสุขแบบสำเร็จรูปของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า instant gratification แบบไม่ต้องอดทนรออย่างคนยุคก่อน อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมดิจิตอลที่ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องอดทนรอเหมือนเคย และการมองว่าออมไปก็เท่านั้น คนยุค Baby Boomers ยังเจอวิกฤตต้มยำกุ้งและวิกฤตการเงินหลากหลายรอบแม้จะวางแผนมาอย่างดิบดี

เปรียบเทียบประกันออมทรัพย์

และแม้แต่ Gen X เองที่เริ่มมองไกลถึงการเก็บเงินเกษียณ ก็ยังทำตามความฝันที่จะมีรถ มีบ้าน และมีครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งความฝันเหล่านี้ก็มีราคาพี่ต้องจ่าย อันแสดงถึงแนวคิดความมั่นคงที่ลดรูปลงมาจากคนรุ่น Baby Boomers เช่นกัน

และคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษา ยังมองว่าอนาคตของคนรุ่นใหม่ไม่ได้ดูสวยหรูและแน่นอนแบบคนรุ่นก่อน ทั้งความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่มีมากยิ่งขึ้น การแข่งขันที่สูงขึ้น รัฐไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างทั่วถึง รวมไปถึงวิกฤตทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ความสุขที่จะได้ในอนาคตกลับดูไกลกว่าคนรุ่นก่อน ๆ

เมื่อมองไม่เห็นอนาคต คนรุ่นใหม่ก็เลือกที่จะใช้เงินไปกับความสุขข้างหน้าทันทีอย่างสิ้นหวัง ทำให้การออมไม่ใช้เป้าหมายหลักทางการเงินอีกต่อไป

มิลเลนเนียลกับการใช้เงินให้ความสุขทันใจหลังโควิด-19

มิลเลนเนียลกับความสุขทันใจที่หายากขึ้นหลังโควิด-19

พี่หมีเข้าใจความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ในสังคมและสภาพเศรษฐกิจที่ดูไม่แน่นอนแบบนี้มาก ๆ นะครับ โดยก่อนหน้านี้ มิลเลนเนียลยังสามารถใช้จ่ายซื้อความสุขกันได้แบบไม่ติดขัดอะไรแม้จะไม่ได้มีเงินออมมากนัก แต่พี่หมีเชื่อว่า โลกหลังวิกฤตโควิด-19 จะทำให้ทุกอย่างยิ่งเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

จากการดัชนีชี้วัดสุขภาพทางการเงินของโกแบร์พบว่า ในปัจจุบันคนไทยให้คะแนนความมั่นคงทางการเงินของตัวเอง 6 จาก 10 คะแนน หรือแปลง่าย ๆ ก็คือ คนไทยคิดว่าตัวเองมีสุขภาพทางการเงินที่ “ค่อนข้างมั่นคง” แต่เมื่อสำรวจลึกลงไปอีกก็พบว่า คนไทยเกินครึ่งมีเงินออมไว้ใช้ไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำ โดยคิดเป็น 56%

แล้วยิ่งมาเจอวิกฤตโควิด-19 แบบนี้ก็ตู้มเลยครับ เพราะวิกฤตโควิดจะเข้ามาเปลี่ยนสภาพเศรษฐกิจและสังคมแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดยงานวิจัยจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ (T.H. Chan School of Public Health) มหาวิทยลัยฮาร์วาร์ดได้กล่าวว่า เราอาจต้องทำ Social Distancing ยาวไปถึงปี 2022 และกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ได้ออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียน่าจะเจอภาวะตกต่ำที่สุดในรอบ 60 ปี

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นครับ องค์การการค้าโลกหรือ WTO ได้คาดการณ์ตัวเลขการค้าขายระหว่างประเทศในเคสเลวร้ายที่สุดว่าอาจลดลงถึง 1 ใน 3 ในขณะที่วิกฤตทางการเงินเมื่อปี 2009 ตัวเลขการค้าลดลงเพียง 12.5% ซึ่งถือว่าหนักหนาสาหัสกว่าวิกฤตที่ผ่าน ๆ มาอย่างมาก อีกทั้งวิกฤตรอบนี้ ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่

ประกันชีวิต Manulife ประกันออมทรัพย์ ประกันสะสมทรัพย์

ทำให้การจะหาเงินมาซื้อความสุขสำเร็จรูปของคนรุ่นใหม่ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ “เลือกทำได้”​ อีกต่อไป เพราะแม้แต่การจะหารายได้ให้พออยู่รอดในช่วงวิกฤตแบบนี้ ก็ยังเป็นสิ่งที่ยากเลยครับ

สิ่งนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ท้ายที่สุดแล้วแม้คนรุ่นใหม่จะมองว่าอนาคตที่แน่นอนที่สุดคือการไม่มีอนาคต แต่นี่ก็ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าเพื่อนๆยังมีรายได้อยู่รอดได้วันต่อวัน ยังไม่คิดถึงวันเกษียณก็ยังอยู่ได้ แต่ในวิกฤตเช่นนี้ ความเสี่ยงที่เพื่อนๆ จะขาดรายได้ “ทันที” เอาวันใดวันหนึ่งแบบไม่ต้องรอเกษียณก็ถือว่าสูงมากเลยครับ

พี่หมีจึงอยากชี้ให้เห็นตรงนี้ครับว่า ใครที่มีเงินออมและมีความมั่นคงทางการเงินจริง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใด ก็จะได้เปรียบและอยู่รอดไปได้ในระยะยาวในโลกหลังโควิด-19 แน่นอน

มิลเลนเนียลกับการใช้เงินให้ความสุขทันใจหลังโควิด-19

ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้เงินก่อนจะสาย

ใครที่ไม่เคยวางแผนเกษียณมาก่อนหรือยังมีเงินเก็บไม่มั่นคงพอก็ไม่เป็นไรนะครับ ทุกคนสามารถเริ่มต้นออมเงินได้เสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ยิ่งเริ่มออมได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี พี่หมีจึงอยากจะนำเคล็ดลับง่ายๆเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออมของเพื่อน ๆให้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ให้เราผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน ดังนี้:

  1. ชำระหนี้ให้หมด

    โดยไม่ก่อหนี้เพิ่ม ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงนี้ ถ้าหากใครเริ่มขาดรายได้หรือจ่ายหนี้ไม่ไหว ก็อาจลองเจรจากับเจ้าหนี้หรือเข้าโครงการพักชำระหนี้ต่างๆที่มีไฟแนนซ์ฝากหลายเจ้า ผ่อนผันให้

  2. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

    ให้ดูว่าเพื่อน ๆ อยากจะมีเป้าหมายทางการเงินเป็นอะไร โดยพี่หมีแนะนำให้มองในระยะยาว ทั้งการวางแผนเกษียณและการเก็บเงินไว้สำหรับฉุกเฉิน โดยแม้ในสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ ความอยู่รอดเฉพาะหน้าอาจเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า แต่เพื่อนๆก็ยังสามารถที่จะบริหารจัดการ และเริ่มเก็บเงินในระยะยาวเพื่อการเกษียณได้เช่นกันครับ

  3. เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ

    เพื่อนๆไม่จำเป็นต้องเริ่มเก็บเงินก้อนใหญ่ในแต่ละเดือนไปเลย แต่สามารถเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ตั้งแต่ตอนนี้ โดยเริ่มเก็บเงินเท่าที่เพื่อนๆจะทำได้ก่อน แล้วค่อยๆปรับลดพฤติกรรมในการใช้จ่ายลงเพื่อนำเงินส่วนนั้นมาออมแทนที่ เช่น ในช่วงปีแรกๆเพื่อนๆอาจตั้งเป้าหมายเก็บเงินเกษียณไว้ที่ 10,000-20,000 บาท ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีมากๆแล้ว ถ้าออมเงินอย่างต่อเนื่อง โดยค่อย ๆเพิ่มจำนวนเงินเก็บและทำไปเรื่อย ๆ เพื่อนๆก็จะสามารถเก็บเงินก็ได้ตามเป้าหมายแน่นอนครับ

  4. นำเงินไปลงทุน

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ในช่วงวิกฤตโควิด-19 อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ลงทุนทุกตัว จึงเหมาะกับใครที่มีประสบการณ์ด้านลงทุนจริงๆเท่านั้นที่ควรลงทุนอย่างรอบคอบที่สุด พี่หมีแนะนำให้เพื่อนๆที่ยังเป็นมือใหม่ในการลงทุน ควรงดเว้นเรื่องการลงทุนไปก่อนจนกว่าจะมีภาวะปกติ และระหว่างนี้ก็ให้ศึกษาวิธีการและเคล็ดลับการลงทุนต่างๆไปพลางๆครับ

ประกันชีวิต FWD Insurance ประกันออมทรัพย์ ประกันสะสมทรัพย์

ดังนั้น ไม่ว่าเพื่อนๆจะเป็นใคร อยู่ในช่วงอายุไหน และเคยมีพฤติกรรมการออมเงินและการใช้จ่ายเป็นอย่างไร พี่หมีขอเป็นกำลังใจให้ และพี่หมีเชื่อว่าเพื่อนๆจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ออมเงินได้มากขึ้นเพื่อรับมือกับโลกหลังวิกฤตโควิด-19 ไปพร้อมๆกันได้แน่นอน ขอเพียงเพื่อนๆเริ่มออมเงินกันตั้งแต่วันนี้ โดยอาจจะเริ่มต้นง่ายๆ จากการเปิดบัญชีเงินฝากประจำก็ได้ยังไงก็ไม่มีคำว่าสายครับ และถ้าหากเพื่อนๆ อยากมองหาว่า เปิดบัญชีธนาคารไหนดี หรืออยากเปรียบเทียบประกันสะสมทรัพย์ รวมถึงอ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับการทำประกันชีวิตและเคล็ดลับการออมเงินแบบนี้เพิ่มเติม ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ที่เว็บไซต์โกแบร์ได้เลยนะครับ

เปรียบเทียบประกันชีวิต

ขอบคุณข้อมูลจาก waymagazine

Ask an Expert

You are about to post a question on finder.com:

  • Do not enter personal information (eg. surname, phone number, bank details) as your question will be made public
  • finder.com is a financial comparison and information service, not a bank or product provider
  • We cannot provide you with personal advice or recommendations
  • Your answer might already be waiting – check previous questions below to see if yours has already been asked
Finder.com provides guides and information on a range of products and services. Because our content is not financial advice, we suggest talking with a professional before you make any decision.

By submitting your comment or question, you agree to our Privacy Policy and Terms.

Questions and responses on finder.com are not provided, paid for or otherwise endorsed by any bank or brand. These banks and brands are not responsible for ensuring that comments are answered or accurate.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Go to site