GoBear is now part of Finder

Finder is committed to editorial independence. While we receive compensation when you click links to partners, they do not influence our content.

Crypto Finder™

นี่คือคู่มือแนะนำให้เข้าใจว่าคริปโทเคอร์เรนซีนั้นทำงานอย่างไร จะใช้เงินคริปโทได้อย่างไร และทำไมเราต้องสนใจด้วยว่ามันสำคัญอย่างไร

คุณคงเคยได้ยินเกี่ยวกับบิทคอยน์ (Bitcoin) มาบ้าง แต่เงินคริปโทนั้นไม่ใช่แค่บิทคอยน์ คู่มือแนะนำของเราจะทำให้เรื่องคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ ทำให้คุณสามารถทำธุรกรรมและจัดเก็บคริปโทเคอร์เรนซี ได้สบาย ๆ เหมือนเวลาคุณคิดจะสร้างบัญชีธนาคารใหม่

จะเริ่มด้วยบทเรียนง่าย ๆ ของคริปโทเคอร์เรนซี หรือจะข้ามไปที่คู่มือการแลกเปลี่ยนซื้อขาย เพื่อจะซื้อและขายคริปโทที่คุณชอบเลยก็ได้ และอย่าลืมเข้าไปดูคู่มือการเลือกกระเป๋าเงินดิจิทัลของเรา เพื่อเลือกการเก็บเงินคริปโทของคุณให้เหมาะกับการใช้งาน

หมายเหตุ: ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นการโฆษณาคริปโทเคอร์เรนซี ผู้จัดหาบริการ ผู้ให้บริการ หรือการเสนอให้บริการหรือสิ่งของ แต่อย่างหนึ่งอย่างใด และไม่ใช่คำเสนอแนะให้ทำธุรกรรมซื้อขาย

ทำไมถึงมีแต่คนสนใจคริปโทเคอร์เรนซี

คริปโทเคอร์เรนซีไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแห่งอนาคตเท่านั้น มันถูกใช้เพื่อทำในสิ่งที่เมื่อไม่นานมานี้ไม่น่าจะทำได้

ลองจินตนาการดูว่า การส่งเงินบาทไปยุโรปสามารถทำได้ง่าย ๆ เงินบาทถูกแลกเปลี่ยนเป็นเงินยูโร แล้วถูกฝากเข้าบัญชีตามใจคุณต้องการ แค่นั้นง่ายแล้วใช่มั๊ย คราวนี้ลองจินตนาการว่าขั้นตอนเหล่านั้นสามารถทำได้แค่พริบตาเดียว และยังทำได้แบบนิรนาม อัตราค่าแลกเปลี่ยนก็ดี ค่าธรรมเนียมก็ต่ำ จ่ายแค่ไม่กี่บาท

ที่ว่ามาไม่ใช่แค่เรื่องสมมุติขึ้น ถ้าคุณต้องการก็สามารถทำได้วันนี้เลย และนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ของคริปโทเคอร์เรนซีเท่านั้น

คริปโทเคอร์เรนซีส่วนใหญ่นั้นถูกสร้างเพื่อจุดประสงค์เฉพาะบางอย่าง และสร้างด้วยความตั้งใจที่จะไปสู่จุดประสงค์นั้นด้วยวิธีการที่ดีกว่าเก่า นี่จึงทำให้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นการปฏิรูปอุตสาหกรรมที่เคยมีมาอย่างแท้จริง


จะเริ่มอย่างไรดี

การจะเข้าสู่โลกของคริปโทเคอร์เรนซีนั้นง่ายกว่าที่คิด ซึ่งจะมีอยู่ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

Altcoins

เลือกคริปโทเคอร์เรนซี

บิทคอยน์กับอีเธอร์เรียม (Ethereum) นั้นก็เป็นแค่จุดเริ่มต้น คริปโทเคอร์เรนซียังมีอีกมากมายหลายพันสกุลเงินคริปโท และทุกอันก็แตกต่างกันหมด หลาย ๆ คนเลือกที่จะเริ่มด้วยบิทคอยน์และอีเธอร์เรียม และขยายการครอบครองไปสู่พอร์ทที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้นในเคสที่เหรียญคริปโทราคาตก

Cryptocurrency wallet

ต้องมีกระเป๋าเงิน (Wallet)

จะเก็บเงินคริปโทไว้ที่ไหนน่ะเหรอ ก็ต้องเป็นกระเป๋าเงินคริปโท (Cryptocurrency Wallet) น่ะสิ

กระเป๋าเงินส่วนใหญ่จะก็จะมีหน้าตาเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เราจะสามารถเลือกโหลดมาลงโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ ถึงจะอย่างนั้นตาม ถ้าเป็นการจัดเก็บคริปโทแบบระยะยาว เราขอแนะนำกระเป๋าแบบ Hardware ซึ่งมีระบบที่จับต้องได้จริงจะดีกว่า

แต่ไม่ใช่ว่ากระเป๋าเงินทั้งหมดจะใส่เหรียญได้หมดทุกสกุล ก่อนจะซื้อกระเป๋าเงิน ควรจะตรวจสอบดูให้ดีว่ากระเป๋าเงินที่คุณเลือกนั้นสามารถใส่เหรียญคริปโทที่คุณมีได้หรือไม่ หรือตรวจสอบดูว่าคุณจะสามารถจัดเก็บเหรียญของคุณไว้ได้ที่ตลาดคริปโทที่คุณซื้อเหรียญมาได้หรือไม่

เราได้ทำรายชื่อของกระเป๋าเงินคริปโทกับสกุลเงินที่ใช้งานคู่กันได้ดี ไว้ที่เพจเหรียญคริปโทของเรา หรือสามารถศึกษาการเลือกกระเป๋าเงินคริปโทที่ดีที่สุด ได้ข้างล่างนี่

Cryptocurrency exchange

ซื้อจากตลาดซื้อขาย

ขั้นตอนที่สามคือการซื้อเงินคริปโทเคอร์เรนซี การซื้อครั้งแรกก็มักจะเกี่ยวข้องกับการแลกด้วยเงินที่ใช้กันอยู่ตามปกติ เช่น USD, THB หรือ EUR

หลังจากนั้น คุณอาจจะพบว่ามันง่ายขึ้นที่จะค้าขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินคริปโท

การซื้อคริปโทครั้งแรกมักจะเจอสิ่งที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


คริปโทเคอร์เรนซีคืออะไรกันแน่

คริปโทเคอร์เรนซีเป็นโทเคนแบบดิจิทัลที่มีราคาในตัวมันเอง ก็เหมือนกับธนบัตร 100 บาทซึ่งเป็นโทเคนที่จับต้องได้และมีค่าเท่ากับ 100 บาท

ปัญหาของสกุลเงินแบบดิจิทัลคือมันเป็นเรื่องของดิจิทัลล้วน ๆ ก็เหมือนกับรูปภาพต้นฉบับบนอินเทอร์เน็ตที่สามารถถูกลอกเลียนแบบ ก๊อปปี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนภาพต้นฉบับไม่มีค่าอีกต่อไป เหรียญคริปโทเคอร์เรนซีก็เช่นเดียวกัน

ดังนั้นเพื่อให้คริปโทเคอร์เรนซีมีค่าคงอยู่ได้ เหรียญจึงต้องมีลักษณะเฉพาะและลอกเลียนแบบทำซ้ำไม่ได้

และเทคโนโลยีที่เรียกว่าบล็อกเชน (Blockchain) ก็ทำให้สิ่งที่ว่ามาเป็นไปได้

บล็อคเชน (blockchain) คืออะไร

บล็อกเชนคือบัญชีที่มีประวัติของคริปโทเคอร์เรนซีตัวนั้น ๆ บันทึกเก็บอยู่ โดยทำงานจากการติดตามประวัติการเคลื่อนไหวทุกอย่างที่มีอยู่ในบัญชีของสกุลเงินนั้น ๆ

เพื่อที่จะป้องกันบล็อกเชนจากการถูกดัดแปลง บล็อกเชนส่วนมากจึงทำให้เป็น Open Source และเป็นระบบกระจายศูนย์กลาง

  • Open source – โปรแกรมถูกสร้างให้เป็นสาธารณะ ดังนั้นทุกคนจึงสามารถเห็นว่าระบบทำงานอย่างไร ทำให้ไม่ถูกแทรกแซงระบบจากข้างใน
  • Decentralised (ระบบกระจายศูนย์กลาง) – บล็อกเชนนั้นถูกดำเนินการโดยผู้คนมากมายจากทั่วโลก บล๊อกเชนที่เป็นสาธารณะอย่างบิทคอยน์ มีระบบที่ใครก็ตามก็สามารถจะสร้าง “node” บนบล็อกเชนได้ในทุกเวลาที่ต้องการ สิ่งนี้ป้องกันให้ไม่เกิดการครอบครองระบบเครือข่าย และทำให้ไม่สามารถแทรกแซงเปลี่ยนแปลงระบบได้จากภายนอก

ชื่อว่า บล็อกเชน นั้น สื่อความหมายถึงวิธีที่ระบบสร้างการเชื่อมต่อข้อมูลในบัญชีของมัน

บล็อกตัวต่อBlockchain

ในแต่ละบล็อกจะมีการใส่ข้อมูลการทำธุรกรรมไว้ และการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนก็จะถูกจัดเก็บเป็นคอลเลคชั่นของข้อมูล ปกติแล้วจะรวมเอาข้อมูลของกระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้ส่งแหละผู้รับเหรียญไว้ด้วย รวมถึงจำนวนเหรียญในการส่งแต่ละครั้ง

เมื่อคุณทำธุรกรรม ข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้รวมกันในบล็อค และเมื่อใดที่ข้อมูลการทำธุรกรรมนั้นถูกใส่ไว้ในบล็อก มันจะไม่สามารถแก้ไขและลบข้อมูลได้ นี่ทำให้มั่นใจได้ว่าบล็อกเชนปลอดภัยและเชื่อถือได้

เมื่อบล็อกมีข้อมูลและพร้อมที่จะถูกจัดเก็บแล้ว มันก็จะถูกเพิ่มในบล็อกเชน เหมือนกับการส่งพัสดุออกไปในระบบ

โซ่คล้อง

บล็อกแต่ละอันถูกเชื่อมโยงกันไว้แบบดิจิทัล มันจะถูกต่อเข้ากับบล็อคที่เข้ามาก่อนมันและอันที่เข้ามาหลังมัน สร้างระบบทีไม่มีวันพังและไม่สามารถจะมาเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ ซึ่งการจัดเก็บนี้จะเป็นไปสำหรับทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกของการมีคริปโทเคอร์เรนซี แต่ละบล็อกจะมีหมายเลขของตัวเอง และใคร ๆ ก็สามารถเข้ามาดูประวัติธุรกรรมได้จากบล็อกพวกนี้

ในเดือนธันวาคม ปี 2017 มีบล็อกทั้งหมดประมาณ 500,000 บล็อกในประวัติของบิทคอยน์ ซึ่งคุณสามารถดูบล็อกล่าสุดที่นี่ได้ด้วย รวมถึงดูได้ด้วยว่ามีบิทคอยน์ในบล็อกนั้นเท่าไหร่

บล็อกเชนส่วนมากก็คือโซ่เส้นเดียวที่คล้องกันไว้โดยไม่ขาดตอน นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นระบบที่ซับซ้อนและมักจะมีการรันระบบแยกออกมากจากบล็อกเชนหลัก หรืออาจจะเป็นบล็อกเชนที่เชื่อมต่อกันแบบระบบเวบไซต์มากกว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเป็นโซ่เส้นเดียว

บล็อกเชนทั้งหมดไม่ได้ทำงานเหมือนกันหมด และคริปโทเคอร์เรนซีบางอันก็ไม่ได้ใช้บล็อกเชน แต่จะมีหลักการและขั้นตอนเบื้องต้นเหมือน ๆ กัน


จะซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน คริปโทเคอร์เรนซีได้ที่ไหน

Name Product Deposit methods Fiat Currencies Cryptocurrencies
Bitfinex Professional Trading Exchange
Bitfinex Professional Trading Exchange
บัตรเครดิต, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, โอนเงินผ่านธนาคาร
USD, EUR, GBP, JPY

170
cryptocurrencies

คริปโตเคอร์เรนซีเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน คุณสามารถซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลหลัก ๆ ทั้งหมดได้ที่นี่ โดยมีตลาดแลกเปลี่ยนที่เต็มรูปแบบรองรับความต้องการ พร้อมทั้งมีแพลตฟอร์มสำหรับการเทรดแบบมาร์จิ้น (Margin Trading) อีกด้วย
Paybis Cryptocurrency Exchange
Paybis Cryptocurrency Exchange
ผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, Neteller, Skrill, Apple Pay
EUR, GBP, USD, AUD, CAD, PHP, SGD, CHF, HKD, JPY & 30+ more

32
cryptocurrencies

ที่นี่คุณจะสามารถซื้อเงินสกุล Bitcoin และเงินสกุลดิจิทัลดัง ๆ ได้ด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของคุณ
CEX.IO Cryptocurrency Exchange
CEX.IO Cryptocurrency Exchange
ผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, SWIFT, SEPA, Faster Payments (FPS)
USD, EUR, GBP, RUB

22
cryptocurrencies

ข้อควรทราบ: เป็นบริการลงทุนที่มีความผันผวนสูง มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน คุณสามารถใช้เงินสกุล USD หรือ EUR หรือ RUB ในการซื้อขายเงินคริปโตได้ที่นี่ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ดี และจะสามารถให้เกณฑ์อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีมากยิ่งขึ้นสำหรับคนที่มีบัญชีที่ผ่านการรับรองแล้ว (Verified Account)
eToro Cryptocurrency Trading
eToro Cryptocurrency Trading
ผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต, บัตรเดบิต, Neteller, PayPal, ธนาคารออนไลน์, Skrill
EUR, GBP, NZD, USD, AUD, CAD, HKD, SGD, CHF, NOK & 5+ more

26
cryptocurrencies

ข้อควรทราบ: เป็นบริการลงทุนที่มีความผันผวนสูง ผู้ที่ลงทุนด้วยวิธี CFDs กับที่นี่มีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 75% ดังนั้นควรพิจารณาว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงสูงได้หรือไม่ ถ้าสามารถรับความเสี่ยงสูงได้ การเทรดกับ eToro นั้นมีแพลตฟอร์มการลงทุนแบบ Social Investment ที่โดดเด่น และมีขั้นต่ำของการฝากอยู่ที่ 200 USD
Bittrex Global
Bittrex Global
ผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, บัตรเดบิต
USD

283
cryptocurrencies

ซื้อเหรียญคริปโตได้กับที่นี่ ที่เป็นหนึ่งในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุด มีตัวเลือกให้คุณมากกว่า 190 สกุลเงินดิจิทัล และคู่เทรด USD 3 คู่
Coinmama Cryptocurrency Marketplace
Coinmama Cryptocurrency Marketplace
ผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, บัตรเดบิต
USD, EUR, AUD, CAD, GBP, JPY

10
cryptocurrencies

Coinmama ก่อตั้งในปี 2013 มีบริการให้คุณได้สามารถซื้อขายเหรียญคริปโตที่ดัง ๆ มากมาย โดยมีช่องทางการจ่ายเงินที่หลากหลายและรวดเร็ว
Kraken Cryptocurrency Exchange
Kraken Cryptocurrency Exchange
ผ่านธนาคาร, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, SWIFT, โอนเงินผ่านธนาคาร, Osko, SEPA
USD, EUR, GBP, JPY, CAD, CHF, AUD

81
cryptocurrencies

ซื้อ ขาย และ แลกเปลี่ยน สกุลเงินดิจิทัลได้หลากหลาย บนตลาดการแลกเปลี่ยนที่มีสภาพคล่องทางการเงินสูง - เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นไปจนถึงนักเทรดที่ชำนาญการแล้ว
OKEx Cryptocurrency Exchange
OKEx Cryptocurrency Exchange
ผ่านธนาคาร, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, iDEAL, PayPal, POLi, SEPA, Faster Payments (FPS)
USD, CNY, EUR, ARS, AUD, BGN, BRL, CAD, CHF, COP & 20+ more

281
cryptocurrencies

พิเศษ: รับ BTC ได้ถึง 10 USD เมื่อคุณชวนเพื่อนมาเข้าร่วมและเพื่อนของคุณได้ซื้อเหรียญคริปโตเป็นเงิน 100 USD (เงื่อนไขตามเป็นไปตามผู้ให้บริการกำหนด) OKEx มีตัวเลือกให้คุณมากกว่า 100 สกุลเงินดิจิทัล และมีช่องทางจ่ายเงินที่หลากหลาย
KuCoin Cryptocurrency Exchange
KuCoin Cryptocurrency Exchange
ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, PayPal, โอนเงินผ่านธนาคาร, บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต, SEPA
USD, EUR, GBP, RUB, CNY, AUD, KRW, JPY, TRY, VND & 40+ more

458
cryptocurrencies

พิเศษที่ Finder: รับค่าธรรมเนียมการซื้อขายคืนสูงสุด 10 USDT เมื่อสมัครและทำการฝาก และรับค่าธรรมเนียมการซื้อขายคืนสูงสุด 30 USDT เมื่่อซื้อด้วยสกุลเงินทั่วไป (เงื่อนไขเป็นไปตามผู้ให้บริการกำหนด) ที่นี่เป็นหนึ่งในตลาดแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโตที่ใหญ่ที่สุด เต็มไปด้วยสกุลเงินดิจิทัลที่หลากหลาย และให้ผลตอบแทนเป็นคริปโตเคอร์เรนซี
Paxful P2P Cryptocurrency Marketplace
Paxful P2P Cryptocurrency Marketplace
ผ่านธนาคาร, เงินสด, ผ่านคริปโตเคอร์เรนซี, PayPal, บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต, Payoneer
DZD, XCD, ARS, AMD, AWG, AUD, AZN, BSD, BHD, BDT & 140+ more

3
cryptocurrencies

สามารถเชื่อมต่อกับผู้ซื้อผู้ขาย Bitcoin ผ่านระบบตลาดแบบ P2P (peer-to-peer) ที่รองรับการจ่ายเงินแบบเงินสด บัตรเครดิต และช่องทางวิธีการจ่ายเงินอีกกว่า 300 แบบ
loading

Compare up to 4 providers


การขุดคริปโทเคอร์เรนซี

เราต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการกับระบบบล็อกเชน ยืนยันธุรกรรม และเพิ่มบล็อกต่อเข้าไปในระบบ ซึ่งเราจะเรียกสิ่งนี้ว่าการขุดคริปโท (Mining)

การขุดจะต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างการทำธุรกรรมให้กลายเป็นบล็อก เชื่อมต่อบล็อกเหล่านั้นเข้าสู่โซ่บล็อกเชน และทำให้เครือข่ายของระบบนั้นปลอดภัยต่อการแทรกแซงจากภายนอก

คริปโทเคอร์เรนซีที่ต่างกันก็มีระบบการขุดที่ต่างกัน ต่อจากนี้คือตัวอย่างการขุด 2 รูปแบบที่เป็นที่นิยมกัน

  • การพิสูจน์จากการลงแรง (Proof of Work): คือการที่ให้นักขุดเดาข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้ เพื่อที่จะตัดสินว่าใครจะได้ใส่บล็อกอันใหม่เข้าไปในระบบ ถ้าคำตอบถูกต้อง ก็แสดงว่านักขุดคนนั้นได้ค้นพบคำตอบในบล็อกนั้นและมีสิทธิที่จะเพิ่มต่อบล็อกนั้นเข้าไปในระบบ มันเป็นระบบที่ง่ายและปลอดภัย แต่กลับไม่ค่อยประหยัดเท่าไหร่ นักขุดจะแข่งกันเพื่อแก้ไขรหัส ดังนั้นมันจะใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมากเพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานในการไขรหัสนี้ ทั้งนี้ บิทคอยน์ใช้ระบบการขุดแบบนี้
  • การพิสูจน์จากการเสี่ยง (Proof of Stake): การขุดแบบนี้ ใช้วิธีให้ผู้ครอบครองเหรียญคริปโทมีการครอบครองกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบพิเศษที่ใส่เหรียญไว้ในระบบออนไลน์ เหรียญในกระเป๋าของพวกเขาจะเชื่อมต่อกับระบบแบบอัตโนมัติ และขุดบล็อกใหม่ขึ้นมา วิธีนี้ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพ ข้อเสียคือเป็นระบบที่ยุ่งยากและทำให้สามารถผูกขาดเหรียญเป็นจำนวนมากได้ ทั้งนี้ อีเธอร์เรียมจะเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้แล้ว

คริปโทเคอร์เรนซีจะให้รางวัลนักขุดเพื่อชักจูงให้พวกเขายอมใช้พลังงานคอมพิวเตอร์จำนวนมากในการขุด ซึ่งรางวัลพวกนี้ส่วนมากก็เป็นเหรียญใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้เป็นเหรียญประเภทเดียวกันกับที่เพิ่งขุดมา หรือให้รางวัลเป็นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ซึ่งรางวัลแบบนี้จะถูกแบ่งจากทุกคนที่ธุรกรรมของพวกเขาได้กลายเป็นบล็อกที่เพิ่งจะถูกขุดได้

บางเหรียญก็ใช้ระบบ Proof of Work บางเหรียญก็ใช้ Proof of Stake ในขณะที่บางเหรียญก็ใช้ทั้งสองระบบ

เมื่อคุณกำลังหาข้อมูลของเหรียญ คุณควรดูในส่วนที่เกี่ยวกับระบบการขุดด้วย เพราะมันจะมีผลต่อราคาของเหรียญอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น รางวัลการขุดที่มีค่ามาก อาจจะมีภาวะเงินเฟ้อและค่าเงินเหรียญที่ต่ำลงเช่นกัน หรือระบบการขุดใหม่อย่าง Proof of Stake เมื่อมันถูกปรับมาใช้ในที่สุด อาจจะทำให้มูลค่ารางวัลสูงขึ้น เมื่อทุกคนเริ่มซื้อเหรียญเพื่อมาขุดในระบบนี้กัน

bitcoin currency


อัลคอยน์ (Altcoin) ที่ได้รับความนิยม

หลายๆสกุลเงินคริปโทพยายามที่จะเลียนแบบความสำเร็จของบิทคอยน์ ในขณะที่อีกหลายสกุลก็มีทางของตัวเองที่สร้างเหรียญที่ไม่เหมือนกันเลยออกมา เมื่อก่อนนั้น สกุลเงินคริปโททั้งหมดที่ไม่ใช่บิทคอยน์ จะถูกเรียกว่า อัลคอยน์ (Altcoin) แต่ตอนนี้บิทคอยน์ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในสกุลเงินคริปโทอีกมากมาย

ข้างล่างนี้คือพวกสกุลเงินคริปโทที่เป็นที่นิยม เพื่อจะทำให้คุณเห็นภาพรวมของคริปโททั้งหมด

  • อีเธอร์ (Ether – ETH) หรือ อีเธอร์เรียม อีเธอร์เรียมเคยถูกสร้างมาเพื่อใช้กับเทคโนโลยีบล็อกเชน ใช้เพื่อทำให้ “สัญญาอัจฉริยะ” (Smart Contracts) เป็นที่รู้จัก ซึ่งทำให้มีความปลอดภัยในระบบอัตโนมัติถึง 100% และไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลที่สาม (Third Party) มาร่วมทำให้ระบบใช้งานได้
  • ริปเปิ้ล (Ripple – XRP) ริปเปิ้ลถูกพัฒนาโดยบริษัทเอกชนที่ต้องการจะให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศโดยเฉพาะ มันทำให้การทำธุรกรรมนั้นเร็วมากและราคาก็ถูกมากเช่นกัน ริปเปิ้ลถูกใช้โดยธนาคาร บริการโอนเงิน และบริษัทนานาชาติ เพื่อใช้ในการจ่ายเงินแบบข้ามประเทศ ในราคาที่ถูกและเร็วกว่าเยอะ
  • ดอจคอยน์ (Dogecoin – DOGE) เหรียญนี้จริง ๆ แล้วเป็นมีมและถูกสร้างมาให้เป็นเรื่องตลก มันเคยถูกเอาไว้ใช้สำหรับการทิป และไม่ได้รับการยอมรับอย่างจริงจัง แต่ถูกวันนี้มันก็ยังมีมูลค่าที่ขยายตัวเรื่อย ๆ และมีค่าทางการตลาดถึงพันล้านดอลล่าร์
  • โมเนโร่ (Monero – XMR) โมเนโร่ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความปลอดภัยขั้นสุด มีความเป็นส่วนตัวและไม่สามารถจะแกะรอยได้ มันทำให้ทุกคนสามารถจ่ายเงินกันแบบนิรนามตามต้องการอีกด้วย

เราจะใช้เงินคริปโทได้ที่ไหนบ้าง

มี 2-3 ทางที่เราจะใช้คริปโทเคอร์เรนซีได้

  • ใช้ตามจุดประสงค์ดั้งเดิม

คุณสามารถจะใช้คริปโทเคอร์เรนซีได้ตามจุดประสงค์เดิมที่มันถูกสร้างขึ้นมา เช่น สำหรับบิทคอยน์ ก็คือการที่สะสมบิทคอยน์ไว้เพื่อใช้ซื้อเงินคริปโทอื่น ๆ

สำหรับอีเธอร์เรียม จะใช้เพื่อทำให้ Smart Contract เกิดขึ้นได้ ซึ่งใช้อีเธอร์จ่ายในจำนวนนิดหน่อยเป็นค่าธรรมเนียม

สำหรับคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมากกว่า 1000 สกุล ในตอนนี้ สองอันนี้ถือว่าใหญ่สุดแล้ว

  • ซื้อสินค้าหรือการบริการ

คุณจ่ายเงินเป็นเงินสด บัตรเครดิต หรือเงินคริปโท

ร้านค้าหลายเจ้าเริ่มรับเงินในการซื้อขายเป็นคริปโทแล้ว โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้บิทคอยน์

ร้านค้าพวกนี้ ถึงจะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ ก็สามารถทำรับเงินคริปโทได้ และแม้กระทั่งในการขายของมือสองก็รับได้ ไปจนถึงบรรษัทใหญ่ ๆ อย่าง ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ในร้านที่รับเงินคริปโท คุณมักจะเห็น QR CODE แปะอยู่แุถวแคชเชียร์ เพื่อสแกนจ่ายเงินคริปโทได้

  • ธุรกรรมทางการเงินและการให้ทิปเป็นเงินคริปโท

การทำธุรกรรมด้วยเงินคริปโทนั้นง่ายและเร็วจนบางเหรียญอย่าง ดอจคอยน์ ก็ได้สร้างระบบทิปขึ้นมา เมื่อคุณกดปุ่มและใช้ทิปให้กันและกันได้ โดยผู้ใช้จะทิปเป็นเหรียญเพื่อความบันเทิงหรืออาจจะทิปเป็นโพสให้ความรู้บน Twitter, Facebook และโซเชี่ยลมีเดียอื่น ๆ ก็ยังได้

ฟังดูแล้วอาจจะไม่รู้สึกว่าสำคัญเท่าไหร่ แต่นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่เทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ทุกคนสามารถส่งเงินให้กันได้แบบทีละไม่กี่สตางค์ได้ แม้ผู้รับจะเป็นคนที่อยู่อีกฝากหนึ่งของโลก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ถ้าคิดจะทำธุรกรรมแบบนี้ จะต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมหลายบาท

Altcoins


ข้อควรระวัง

คริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ซึ่งคุณจะต้องคอยระวังในการใช้เงินคริปโท

ค้นคว้าข้อมูล

ก่อนที่จะซื้อขายคริปโท คุณต้องค้นคว้าข้อมูลก่อน จะได้เห็นเหรียญทั้งสองด้าน คู่มือแนะนำอันเดียวไม่สามารถที่จะตอบโจทย์การใช้ได้ไปซะหมด นอกจากนี้คุณควรจะเข้าใจเรื่องตลาดการซื้อขายและกระเป๋าเงินดิจิทัลไว้ด้วย

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจอะไร คุณควรแน่ใจก่อนว่ามีข้อมูลครบถ้วนแล้ว อ่านคู่มือแนะนำ อ่านรีวิว และทดลองใช้ระบบด้วยจำนวนเงินต่ำ ๆ ก่อนที่จะลงทุนอะไรใหญ่โต

ปลอดภัยไว้ก่อน

การครอบครองเงินคริปโทนั้นไม่ปลอดภัยไปซะหมด ถ้าเงินคริปโทของคุณถูกฉ้อโกงไปคุณจะไม่สามารถไปแจ้งตำรวจได้เพราะยังไม่มีกฎหมายมารองรับ

อิสระทางการเงินที่มากกว่าการใช้ธนาคารแบบเดิม ๆ และการได้มีเงินอยู่นอกระบบของรัฐบาลนั้น มาพร้อมกับความรับผิดชอบมากมายที่ต้องแบกไว้ นี่คือคำแนะนำจากเรา:

  • ก่อนที่คุณจะส่งเหรียญคริปโทไปให้ใคร หรือโอนเงินจากกระเป๋าของคุณ คุณจะต้องเช็คเสมอว่าที่อยู่ของปลายทางนั้นถูกต้อง
  • ห้ามให้ Private Key หรือ Code ใด ๆ กับใครเด็ดขาด หรือใส่ข้อมูลเหล่านี้ลงไปในเวบไซต์หรือแอปใด ๆ ยกเว้นใส่ตอนที่ตั้งค่าหรือกู้คืนกระเป๋าเงินดิจิทัลของคุณ ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่บุคคลใดหรือแอปใดจะมาขอข้อมูลเหล่านี้จากคุณ ยกแว้นเสียแต่แอปกระเป่าเงินส่วนตัวของคุณ
  • จะต้องทำให้คอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บกระเป๋าเงินของคุณไว้ ปลอดจากไวรัสและมัลแวร์เสมอ
  • อย่าทำพาสเวิร์ดเข้ากระเป๋าเงินของคุณหาย คุณอาจจะไม่สามารถกู้มันคืนมาได้ และเงินคริปโทของคุณจะสูญหายไป

ค่าเงินที่ผันผวน

บิทคอยน์และคริปโทเคอร์เรนซีมักจะมีค่าที่ตกลงอย่างรวดเร็ว เมื่อไหร่ก็ตามที่ซื้อเงินคริปโท คุณควรจะระวังไว้เสมอว่าค่าของมันอาจจะตกลงได้

แน่นอนว่ามันอาจจะดีสำหรับคุณถ้าค่าของมันขึ้นสูง แต่ขอให้เข้าใจเสมอว่าค่าเงินคริปโทเคอร์เรนซีนัันผันผวนสูง และผลตอบแทนในปัจจุบันไม่ได้มีผลต่ออนาคต

คำศัพท์คริปโทเคอร์เรนซีที่เกี่ยวข้อง

ความหมาย

A ถึง H

Cryptocurrency (คริปโทเคอร์เรนซี) เงินดิจิทัลที่ใช้เทคนิคการเข้ารหัสในการกำหนดการใช้มันและสร้างการปล่อยออกสู่ตลาด มันไม่เหมือนเงินทั่วไปที่เราใช้กันอย่าง เงินบาท เงินดอลล่าร์ และเงินยูโร ตรงที่เงินคริปโทไม่ได้ถูกกำหนดและควบคุมโดยรัฐบาลหรือเอเจนซี

bitcoin (บิทคอยน์) คริปโทเคอร์เรนซีที่ใช้เทคโนโลยี Peer-to-Peer ที่มีการจ่ายอย่างรวดเร็ว บิทคอยน์ถูกคิดค้นโดยโปรแกรมเมอร์นิรนาม หรือกลุ่มโปรแกรมเมอร์นิรนาม ภายใต้ชื่อแฝงว่า Satoshi Nakamoto

bitcoin address (ที่อยู่บิทคอยน์) หรืออีกชื่อว่า Key เป็นรหัสตัวเลขขนาดต่อเนื่อง ใช้สำหรับรับบิทคอยน์ ถ้าที่อยู่เป็นสาธารณะจะเริ่มด้วยตัวเลข 1 หรือ 3 ถ้าเป็นที่อยู่ส่วนตัวหรือที่ไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป จะเริ่มด้วยตัวเลข 5 หรือ 6

bitcoin exchange (ตลาดซื้อขายบิทคอยน์) คือเวบไซต์ออนไลน์หรือแพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อและขายบิทคอยน์ได้เป็นเงินสกุลอื่น ๆ

blockchain (บล็อกเชน) บัญชีสาธารณะที่เป็นดิจิทัล ที่บันทึกประวัติของคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมดไว้อย่างเป็นระบบเชื่อมกัน

block reward (รางวัลบล็อก) จำนวนของคริปโทเคอร์เรนซีที่ขุดได้โดยที่นักขุดสามารถขุดได้สำเร็จ แก้ hash ได้ (ถอดรหัสได้)

digital wallet (กระเป๋าเงินดิจิทัล) บางครั้งเรียกว่า e-wallet คือระบบอิเลคโทรนิคหรือแอปที่จัดเก็บข้อมูลส่วนตัว รายละเอียดการเงิน และพาสเวิร์ด ไว้อย่างปลอดภัย เพื่อที่ผู้ใช้จะได้จ่ายเงินดิจิทัลแบบออนไลน์หรือจ่ายที่ร้านค้าที่รับเงินดิจิทัล

hash (แฮช) ปริศนารหัสสร้างโดยคอมพิวเตอร์ ที่นักขุดคริปโทต้องแก้ให้ได้ เพื่อที่จะเพิ่มบล็อกเข้าไปในบล็อกเชน

I ถึง O

mining (การขุดคริปโทเคอร์เรนซี) คือขั้นตอนที่คริปโทเคอร์เรนซีจะถูกปล่อยสู่ระบบ นักขุดจะแก้รหัสเพื่อที่จะได้รางวัลเป็นบล็อกและเงิน ไปพร้อมๆกับบล็อกเชน

node คือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายของบิทคอยน์

P ถึง Z

proof of work (พิสูจน์จากการลงแรง) คือแฮชหรือรหัสปริศนาที่จะปลดล็อคคริปโทเคอร์เรนซีนั้น ๆ มีความยากในการไขรหัส และสามารถทำได้ผ่านความสามารถของระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น

proof of stake (พิสูจน์จากการเสี่ยง) ระบบที่กำลังจะมาแทนการขุดคริปโทแบบเก่า โดยมีใช้อัลกอริธึม ซึ่งนักขุดจะต้องเสี่ยงด้วยการใช้เงินของตัวเองมายืนยันบล็อกการทำธุรกรรม


ประวัติสั้น ๆ ของคริปโทเคอร์เรนซี

เส้นทางของคริปโทเคอร์เรนซีนั้นเริ่มตอนราวปี 1980 เกิดขึ้นเพื่อป้องกันการสูญหายของเงินสดในร้านเล็ก ๆ และปั๊มน้ำมันต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ ธนาคารเริ่มเสนอความคิดในการใช้การซื้อขายแบบใหม่ ที่ลูกค้าสามารถใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดได้

ต่อมา ในช่วงปี 90 ได้มี Paypal ขึ้น ซึ่งเป็นการจ่ายเงินผ่านระบบเว็บไซต์ ระบบนี้ทำให้ผู้ค้าสามารถรับเงินจากบัตรเครดิตได้แบบออนไลน์และเริ่มต้นไอเดียของการโอนเงินออนไลน์กันระหว่างผู้ใช้ได้ PayPal พิสูจน์ว่าเวบไซต์สามารถเป็นตัวกลางในการโอนเงินกันได้ และบริการคล้าย ๆ ก็เริ่มถือกำเนิดขึ้น เช่น Webmoney (มาแทน PayPal ในประเทศรัสเซีย) และ e-Gold (บริษัทอเมริกันที่ให้ผู้ใช้ซื้อทองแบบออนไลน์ได้) โดยบริษัทจะเก็บทองนั้นไว้ให้

ในช่วงปี 2000 หลังจาก e-Gold ถูกปิดโดย FBI คริปโทเคอร์เรนซีก็เริ่มเกิดขึ้นโดยกลุ่มคนนักถอดรหัสและใน mailing list ของอีเมล์ โดยรู้จักกันในนามว่า Cypherpunks สมาชิกในกลุ่มนี้ก็เช่น Julian Assange ผู้เป็นคนคิดค้น WikiLeaks และ Jacob Appelbaum ผู้พัฒนา Tor เป็นต้น

แต่โชคร้ายที่ไม่มีคริปโทเคอร์เรนซีตัวไหนที่จะทำให้เกิดการผลักดันเข้าสู่สาธารณะ จนกระทั่งในปี 2008 Sathoshi Nakamoto ได้เผยแพร่บทความชื่อว่า “Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System” (บิทคอยน์: ระบบเงินอิเลคโทรนิคแบบ Peer-to-Peer)

ในปีต่อ ๆ มา บิทคอยน์โตจนกลายเป็นคริปโทเคอร์เรนซีอันดับหนึ่งในตลาด รู้จักกันแม้กระทั่งในหมู่คนที่ไม่สนใจคริปโทเคอร์เรนซี

บิทคอยน์ทำให้เกิดคริปโทเคอร์เรนซีอีกมากมายหลากหลาย ที่เรียกกันว่าอัลคอยน์ และอัลคอยน์บางตัวเหมือนลอกเลียนแบบบิทคอยน์ แต่ก็มีหลายตัวที่กำลังพยายามใช้เทคโนโลยีบล็อคเชน โดยไม่ใช่แค่ปฏิวัติการเงินเท่านั้นแต่เปลี่ยนแปลงความเข้าใจของเราที่มีต่อการบริการในแอปและเวบไซต์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาของการรวมศูนย์ (Centralisation)


ปัญหาของการรวมศูนย์

ถ้าเราอ่านข้อเขียนของบิทคอยน์และคริปโทเคอร์เรนซี ก็จะมีบ้างที่ได้เจอกับคำว่าระบบกระจายศูนย์ (Decentralisation) การที่จะเข้าใจระบบนี้ได้ ต้องเข้าใจระบบแบบรวมศูนย์ก่อน

ถ้าเรามองโลกปัจจุบันดี ๆ เราจะพบว่าข้อมูลส่วนตัวของเรา กิจกรรมของเรา สิ่งทีเราชอบ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บไว้โดยองค์กรใหญ่ ๆ ทั้งเอกชนและรัฐบาล ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของเรา (ข้อมูลทางการเงิน อีเมล์ ข้อความบน Facebook ฯลฯ) นั้นถูกจัดเก็บไว้ใน server ที่มีศูนย์กลางในการจัดเก็บ เช่น ข้อมูลทางธุรกรรมที่ถูกจัดเก็บไว้ในระบบธนาคาร ซึ่งอาจจะมีการถูกจัดเก็บไว้หลายที่ในระบบ แต่มันก็จัดว่ายังอยู่ในที่เดียว คือธนาคารของคุณ

ที่นี้ลองคิดว่าแฮกเกอร์ที่ชั่วร้าย โจมตี server ธนาคารของคุณและเข้ามาแทรกแซงข้อมูลของคุณ แล้วทำให้เงินของคุณในบัญชีเหลือศูนย์บาท คุณจะพิสูจน์อย่างไรว่าคุณไม่ได้ถอนเงินนั้นออกมาเอง ธนาคารจะยืนยันได้อย่างไรว่าคุณถูกแฮกจริง ๆ

กลุ่ม Cypherpunks ที่ทำให้คริปโทเคอร์เรนซีเกิดขึ้น เข้าใจสิ่งเหล่านี้และพยายามจะแก้ไขมัน คริปโทเคอร์เรนซีเป็นระบบแบบกระจายศูนย์เพราะผู้ใช้ทุกคนมีข้อมูลการทำธุรกรรมของทุกคน เมื่อไหร่ที่คุณเข้าสู่บล็อกเชน คุณก็ได้รับประวัติทางธุรกรรมของทุกคนไปด้วย ถ้าผู้ใช้คนไหนค้านธุรกรรมของตัวเอง (เช่น แฮกเกอร์เปลี่ยนเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลของเขาจาก 1BTC เป็น 1,000BTC) ระบบฉันทามติจะเข้าถึง 51% ของผู้ใช้คริปโทเคอร์เรนซีตัวนั้น และข้อมูลจาก 51% นั้นจะบอกได้ว่าธุรกรรมอันนั้นถูกต้องหรือไม่

ระบบฉันทามติแบบอัตโนมัติอันนี้คือสิ่งที่คริปโทเคอร์เรนซีและระบบกระจายศูนย์ทำได้อย่างน่าทึ่ง ไม่มี server ไหนที่จะโดนแฮกได้ ถ้าจะทำได้พวกเขาต้องทำให้ 51% ของผู้ใช้ทั้งหมดเห็นด้วยกับธุรกรรมนั้น เพราะทุกคนมีสำเนาของบล็อกเชนเหมือน ๆ กัน


คำถามที่พบบ่อย

หมายเหตุ: คริปโทเคอร์เรนซีนั้นมีความคาดเดายาก ซับซ้อน และเสี่ยงต่อการขาดทุน ทั้งยังมีความผันผวนสูงและได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกได้โดยง่าย ผลตอบแทนในปัจจุบันนั้นไม่ได้รับประกันถึงผลตอบแทนในอนาคต โปรดพิจารณาจากสภาวะการลงทุนของคุณเอง และควรศึกษาคำแนะนำก่อนจะใช้ข้อมูล คุณควรจะศึกษาสภาวะของคริปโทเคอร์เรนซีหรือการดำเนินงานของบริการนั้น ๆ (รวมถึงดูสถานะทางกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง) และปรึกษากับผู้ให้บริการก่อนที่จะตัดสินใจทางธุรกรรม ทั้งนี้ Finder หรือผู้เขียนบทความนี้ อาจจะมีคริปโทเคอร์เรนซีที่ปรากฎในบทความไว้ในการครอบครอง
Back to top

More guides on Finder

Go to site